Author: Co-working Space

วันนี้ผมจะมาแนะนำพืชตระกูลนึงนะครับ ที่เรียกว่าเรารู้จักมาตั้งแต่เด็กแล้วละ นั่นก็คือ ”กระบองเพชร” มันเป็นพืชที่ถึกทน ตายยาก แม้ไม่ได้รดน้ำ หนึ่งในพันธุ์ของกระบองเพชรที่น่าสนใจ ไว้สำหรับเอามาจัดและตกแต่งในที่ทำงานตามมุมโปรดได้ง่ายๆ นั่นก็คือ แคคตัส (Cactus) แคคตัสนั้นอยู่ในพืชของกระบองเพชร ลักษณะของมันจะมีขนเป็นหนามแหลมๆ มีเสี้ยนบ้างเล็กๆ ผมบอกอย่างนี้แล้วหลายคนคงคิดว่ามันจะน่าตกแต่งตรงไหนมีหนามด้วย ถ้าได้ดูจากรูปมันน่ารักจริงๆ มันเหมือนเม่นตัวเล็กๆที่ปกป้องตัวเองจากการโดนรังแก เราสามารถนำมาปลูกโดยจะแขวนหรือใส่กระถางเล็กๆวางตามจุดต่างๆก็ได้ แล้วแต่ไอเดียของเราเลย หรือแม้แต่จะหาแคคตัสต้นใหญ่ แล้วก็ไปวางไว้ตามมุมก็ดูแปลกไปอีกแบบ อย่างที่บอกว่าต้นไม้พวกนี้ไม่ต้องการ การดูแลแบบทะนุถนอม ไม่ต้องเสียเวลากับมันมาก แต่มันให้ความเป็นธรรมชาติกับเราได้อย่างดี จุดบริเวณที่อยู่ในครัวก็เอาต้นเหล่านี้ไปวางได้แบบสบายๆ ดูจากภาพรวมแล้วมันสามารถเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้กับที่อยู่อาศัยหรือห้องทำงานเราได้เป็นอย่างดี แล้วก็จุดเด่นคือดูแลง่าย ไม่รกรุงรัง ...

สำหรับเรื่องเงินดิจิทัลนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะว่าล่าสุดกฎหมายในบ้านเราก็เริ่มรองรับหลายๆอย่างแล้ว หรือแม้กระทั่งรายได้ที่มาจากการซื้อขายเงินดิจิทัลก็ต้องเสียภาษีถึง 15% แล้วก็ต้องแจ้งแหล่งที่บ้านอีกด้วย และ Jack Dorsey ที่เป็น CEO ของ Twitter ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าในอนาคตนั้นค่าเงินของโลกหลายๆสกุลจะรวมกันเป็นสกุลเดียวกัน รวมทั้งบน Internet ก็จะมีสกุลเงินสกุลเดียวด้วยเช่นกัน และสกุลเงินนั้นก็คือ Bitcoin แต่ระยะเวลาที่จะมาถึงนั้นอาจจะนานหน่อย ซึ่งอาจจะมากว่า 10 ปี แต่ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเร็วกว่านั้น ส่วนตัวของ Jack Dorsey นั้นเขามีทัศนคติเชิงบวกมาตลอดกับ Bitcoin โดยเขาให้เหตุผลว่าหลายๆคนอาจจะมองว่าบิทคอยนั้นเป็นเรื่องของการเกร็งกำไร แล้วก็ช้าต้นทุนสูง แต่เมื่อคนนิยมกันทั้งโลก มากขึ้น ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีในอนาคตเกี่ยวกับบล็อกเชนมาแก้ปัญหาพวกนี้แน่นอน และถ้าเรามองธนาคารพาณิชย์ในไทยหลายๆแหล่งได้เริ่มออกนโยบาย การโอน ถอน ต่างๆทั้งข้ามเขต ข้ามธนาคาร ฟรีค่าธรรมเนียมหมดเลย เป็นสิ่งที่ต้องคิดว่านี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่า Cryptocurrency มีบทบาทในเรื่องเหล่านี้  เรื่องที่ไกลตัวมันก็ใกล้ตัวเรามาทุกที่ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย...

จะบอกให้ว่าแก้วกาแฟแก้วนี้โด่งดังในต่างประเทศมากๆ และเป็นที่นิยมในหลายๆบริษัทที่จะซื้อไปใช้กัน เพราะมันช่วยให้กาแฟของแก้วของคุณมีอุณหภูมิคงที่แม้ว่าเครื่องปรับอากาศในที่ทำงานจะเย็นเฉียบก็ตาม โดยแก้วกาแฟนี้ได้ขายอยู่ที่เว็บไซต์ Amazon เค้าเรียกกันว่าแก้ว Mug และที่สุดพิเศษมากกว่านั้น แก้วกาแฟแก้วนี้ยังมี Option เพิ่มเติม ซึ่งเราสามารถปรับอุณหภูมิได้ผ่านรีโมท หรือเราจะเลือกสีไฟ LED เป็นสีต่างๆได้ตามต้องการ และยังตั้งค่า Preset ของเครื่องดื่มต่างๆได้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นกาแฟอย่างเดียว มันก็ยังโชว์ตัวเลขเป็นองศาฟาเรนไฮต์ให้เราได้ดูอีกด้วยว่าตอนนี้อุณหภูมิเท่าไหร่ ใครสนใจก็ลองดูวีดีโอที่นี่เลยนะครับ https://www.youtube.com/watch?v=Ufzn5tfkWrE...

ในยุค 4.0 ช่วงเวลาในแต่ละวันข้อมูลข่าวสารนั้นมากมายที่ผ่านสายตาและหูของเรา มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะจำและรับข่าวสารเหล่านั้นได้หมด ไม่งั้นสมองของเราคงพีคและแย่แน่ๆ ผมจะมาแนะนำวิธีง่ายๆที่จะเพิ่มความจำของเราให้ดีขึ้นรวมทั้งมีสมาธิมากขึ้นด้วย เพื่อที่จะรับมือข้อมูลข่าวสารที่เยอะและเร็วอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรจะเรียนรู้อะไรซักอย่างก่อนที่จะเข้านอน แม้ว่าก่อนที่เราจะเข้านอนแล้วก็ควรจะพักสมอง แต่ก่อนที่จะพักสมองแบบเต็มๆ แล้วก็ควรจะเรียนรู้อะไรที่เราชอบซักนิดนึงหรือวิธีที่ดีที่สุดคือการอ่านบทความธรรมะ แล้วนั่งสมาธิซัก 15 นาที จะทำให้เราหลับได้ดีที่สุด เพราะใจจะปล่อยวางโดยไม่คิดอะไรอยู่ที่ศูนย์กลางของใจ ให้เราปล่อยวางทุกอย่าง แล้วน้อมนำเสมือนว่านำองค์พระใสๆหรือสีทองสวยๆมาไว้กลางตัวเราในท้อง ให้คิดว่าในตัวเราไม่มีตับไตไส้พุง แล้วนิ่งๆเฉยๆไม่ต้องคิดอะไร หรือจะภาวนาพุทโธไปด้วยก็ได้แบบเบาๆสบายๆ ดูรูปสัตว์เลี้ยงตัวน้อยน่ารัก เมื่อเราเอ็นดูหรือมองสัตว์เลี้ยงที่เรารัก แล้วรู้สึกโปรดปราณมันจะช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้น เพราะว่าผลวิจัยของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นได้ทดลอง โดยให้นักศึกษาลองเล่นเกมทดสอบโดยมองหมาแมวเหล่านั้น ผลก็คือผลคะแนนของนักศึกษาดีขึ้นกว่า 40% เลยทีเดียว ดื่มนมเยอะๆ เป็นที่รู้กันครับว่าการดื่มนมอุ่นๆก่อนนอนก็จะส่งผลให้ร่างกายหลับได้ดีขึ้น และการดื่มนมในผู้ใหญ่ผลทอสอบได้บอกว่าจะมีความจำดีกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มนม พูดออกมาดังๆ เวลาเราอยากจะจำอะไรแม่นๆให้เราพูดออกมาบ่อยๆหรือดังๆจะทำให้เราจำได้ดีและไม่ลืมไปง่ายๆ จำเป็นก้อน อย่าจำทีเดียว หลักการที่จะจำอะไรซักอย่าง ให้เราจดจำเป็นชุดๆหรือก้อนๆ ก็เหมือนเบอร์โทรให้เราจำแบบ 081-123-5656 อย่าจำแบบ 0811235656 รับรองว่าแบบนี้ต้องลืมอย่างแน่นอน การจำอะไรเป็นชุดๆแม้ว่าเราจะหลงลืมแต่ด้วยวิธีการจำก็จะทำให้นึกขึ้นมาได้ง่ายขึ้น ดื่มชาเขียว การดื่มชาและโดยเฉพาะชาเขียวจะส่งผลดีในเรื่องของการชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ อีกทั้งชายังกำจัดอนุมูลอิสระอีกด้วย...

ในทุกๆปีองค์กรสหประชาชาติได้มีการจัดอันดับประเทศที่มีความสุขและน่าไปอยู่มากที่สุดในโลก และเมื่อปีที่แล้วนั้นประเทศที่ครองแชมป์ก็คือนอร์เวย์ โดยหลักการแล้วการพิจารณาความสุขมวลรวมของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  อายุขัยเฉลี่ย  สาธารณูปโภคด้านต่างๆ  GDP ต่อประชากร  กิจกรรมความสุขในประเทศด้านต่างๆ นี่คือปัจจัยที่เครือข่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติได้กล่าวไว้ และมีประเทศที่จัดอันดับกว่า 156 ประเทศจากทุกมุมโลก และจากที่เคยจัดอันดับมาหลายๆปีสังเกตุว่ากลุ่มประเทศที่อยู่ในโซนยุโรปตอนเหนือจะได้อันดับที่สูงมาโดยตลอดด้วยความพร้อมด้านต่างๆที่ลงตัวและสมดุลนั่นเอง  จากปีที่แล้วนอร์เวย์ที่เคยครองแชมป์ก็หล่นไปอยู่ที่สอง โดยแชมป์ตกเป็นของฟินแลนด์ ส่วนอันดับอื่นๆมีดังนี้ อันดับ 3 คือเดนมาร์ก อันดับ 4 ไอซ์แลนด์ อันดับ 5 สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 6  เนเธอร์แลนด์ อันดับ 7 แคนาดา อันดับ 8 นิวซีแลนด์ อันดับ 9 สวีเดน อันดับ 10 ออสเตรเลีย ฟินแลนด์นั้นมีแระชากรประมาณ 5 ล้านกว่าคนเท่านั้นเองและถ้านับชาวต่างชาติที่ไม่ใช่คนที่เกิดในฟินแลนด์แท้ๆก็มีถึง 3 แสนคน ...

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีใหม่ๆก็มีบทบาทกับคนยุคนี้มากยิ่งขึ้น จะว่าไปแล้วเงินดิจิทัลก็มีมาหลายปีแล้วแต่พึ่งมาบูมใน 1-2 ปีหลัง เนื่องจากราคา Bitcoin พุ่งนี้หลายพัน % ทำให้ทั่วโลกหันมาจับจ้องที่จะเกร็งกำไรกัน ซึ่งก็มีทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า เข้ามาในวงการอย่างต่อเนื่องเพียงหวังว่าจะเกร็งกำไรและรวยเพียงข้ามคืน ด้วยเหตุผลที่ล่อแหลมแก่การถูกหลอกได้ง่าย Google เองก็ได้มาฉุกคิดในเรื่องนี้ เพราะว่าตัว Google เองก็เป็นแพทฟอร์มในด้วยโฆษณาออนไลน์อันดับ 1 ของโลก ย่อมต้องปกป้องตัวเองและผู้บริโภคอย่างระมัดระวังนั่นเอง โดยได้ออกมาตราการโหด จะแบนโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency ทั้งหมด และจะมีผลบังคับใช้กฎนี้ในเดือนมิถุนายนครับ ทั้งนี้เหตุผลที่ Google ให้ไว้ก็บอกว่า โฆษณาที่เกี่ยวกับ cryptocurrency นั้นมีความผันผวนและไม่แน่นอนสูง และได้มีการขายเหรียญหรือขาย ICO อีกทั้งบริการเทรดอีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ Facebook ก็ได้ประกาศแบนโฆษณาลักษณะนี้ไปตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว ทำให้บรรดาเหล่าผู้ให้บริการ cryptocurrency ต้องปรับตัวกันยกใหญ่ หรือไม่ก็ต้องทำให้บริการของตนนั้นน่าเชื่อถือมากกว่าเดิมให้ได้ (มากๆ) ...

ด้วยความเก่งความเทพในทุกวงการต้องยอมรับสำหรับ Steve jobs แม้เค้าจะจากพวกเราไปหลายปีแล้วก็ตาม แต่ประวัติและเรื่องราวต่างๆก็ถูกเล่าขานให้คนรุ่นใหม่ฟังมาเรื่อยๆ  และล่าสุดทาง RR Auction ก็ได้นำ Resume หรือใบสมัครงานของจ๊อบส์ตั้งแต่สมัยยังหนุ่มแน่นมาประมูล ซึ่งเอกสารสมัครงานใบนี้ได้ถูกจ๊อบส์เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1973 แต่ในเอกสารก็ไม่ได้บอกไว้นะครับว่าจ๊อบส์สมัครงานในคำแหน่งใด และชื่อบริษัทก็ไม่มี โดยใบสมัครงานใบนี้มีคนประมูลด้วยราคาถึง 174,757 เหรียญ หรือประมาณ 5.7 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยคนที่ประมูลได้นั้นเป็นคนที่ทำงานด้านไอทีในประเทศอังกฤษ แต่ไม่ได้เอ่ยนาม อย่างที่รู้กันว่าหลังจากนั้นประมาณ 3 ปี จ๊อบส์และวอซเนียกเพื่อนสนิท ได้ร่วมกันก่อตั้ง Apple และได้เริ่มสร้างคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆจนมาถึงไอโฟนที่พลิกนวัตกรรมของโลกจนโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ ...

เป็นทุกๆปีที่สาวกต้องร้องว้าว  เนื่องด้วย Apple จะต้องเปิดตัว Product ใหม่ในทุกๆปี และในแต่ละปีก็เปิดตัวสินค้าและลูกเล่นใหม่ๆมาเพียบไม่ว่าจะเป็นด้าน Hardware และ Software ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 27 มีนาคม ตามเวลาในบ้านเราก็ประมาณ 24.00 เที่ยงคืนพอดี ส่วนสถานที่นั้นจะจัดกันที่ Lane Tech College Prep High School ที่รัฐ Chicago ประเทศสหรัฐ ทั้งนี้ในบัตรเชิญมีคำโปรยมาเล็กๆ ว่า “Let’s take a field trip” บรรดากูรูจากสำนักต่างๆก็คาดการณ์ไปต่างๆนาๆว่า Apple จะเปิดตัวอุปกรณ์จำพวก iPad รุ่นใหม่ และ Apple pencil ซึ่งถ้าดูด้านล่างของบัตรเชิญก็จะเขียนว่า  “creative new ideas for teachers and students”  ซึ่ง Apple กำลังจะสื่อว่า เราทำอุปกรณ์ต่างๆโดยเฉพาะ iPad เนี่ยมาเพื่อตอบสนองครูและนักเรียนเลยนะ  และจะช่วยให้การเรียน การสอน นั้นง่ายมากยิ่งขึ้น สำหรับสินค้าตัวอื่นก็มีลุ้นเหมือนกันว่าจะมีการเปิดตัว Macbook Air หรือไม่ ซึ่งจะเป็นรุ่นราคาประหยัด  คงต้องมารอดูกันในค่ำคืนวันที่ 27 มีนาคมกันครับว่า Apple จะเซอร์ไพรส์อะไรให้เราว้าวกันบ้าง   ...

จากการโศกเศร้าเสียใจจากทั่วโลกที่นักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิของโลกได้จากไป นั่นก็คือ ศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ สตีเฟน ฮอว์คิง หรือที่เราเรียกสั้นๆว่า ฮอว์คิง เขาได้ค้นคว้าและค้นพบในเรื่องวิทยาศาตร์มากมายที่ยากแก่การเรียนรู้ในเรื่องของทฤษฎีสัมพันธภาพหรือจักรวาลวิทยาในเรื่อง หลุมดำ โดยทางมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษที่เป็นบ้านเกิดของฮอว์คิง ได้จัดพิธีไว้อาลัยให้กับ ศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ สตีเฟน ฮอว์คิง ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ และทฤษฎีและจักรวาลวิทยาประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยเขาได้เสียชีวิตลงอย่างสงบที่บ้านพักของตัวเอง ในวัย 76 ปี และเขาได้ต่อสู้กับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี และทางมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ก็ได้จัดพื้นที่ให้คณาจารย์ นักศึกษา หรือคนทั่วไปได้ลงนามแสดงความเสียใจในครั้งนี้ รวมทั้งมีแถวที่ต่อยาวเหยียดที่คนจำนวนมากจะมาวางช่อดอกไม้ และในนั้นก็มีคนที่ชื่อว่า นายจัสติน เฮย์วาร์ด ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ ฮอว์คิง เขาได้เล่าว่า ฮอว์คิง นั้นเป็นคนที่ตลกน่ารัก แต่ยกเว้นในตอนที่เขาสอนหนังสือ เขาจะมีความตั้งใจสูงต่อเนื้อหาและการเรียนของลูกศิษย์ ทั้งนี้เกียรติประวัติของ ศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ สตีเฟน ฮอว์คิง นั้น เขาจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 ในสาขาฟิสิกส์ จากนั้นก็สอบเข้าต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และได้จบระดับดุษฎีบัณฑิตด้านจักรวาลวิทยา เขาศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลุมดำและต่อยอดทฤษฎีสัมพันธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จนเป็นที่ยอมรับจากผลงานดังกล่าว รวมทั้งเขาได้รับการขนานนามว่า "รังสีฮอว์คิง" จากการค้นคว้าการแผ่รังสีของวัตถุดำจากหลุมดำ ...

ผมมีความเชื่ออยู่อย่างนึงว่า การที่คนอยากมีอาชีพที่มีความเป็นอิสระสูงอย่างฟรีแลนซ์นั้นคงต้องไม่ค่อยชอบการทำงานที่เข้าออกเป็นเวลา หรือให้ใครมาชี้นิ้วสั่งอย่างแน่นอน เพราะคนเหล่านี้ชอบจะเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่ชอบใช้ชีวิตที่ติดกรอบหรืออยู่ในกฎกติกา แต่ปัญหาของฟรีแลนซ์ส่วนมากเลยที่ผมพบก็คือไม่มีที่นั่งทำงาน ที่ดูจะซ้าจำเจก็คือร้านกาแฟ เพราะสถานที่เหล่านี้ดูก็น่าจะสะดวกบ้างแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม แต่ตามร้านกาแฟเหล่านั้นเมื่อทำงานไปนานๆ เราก็จะพบว่ามีความเหงาอยู่แม้จะมีคนเดินไปเดินมาก็ตาม รวมถึงถ้าใครต้องการสมาธิในการทำงานละก็ ยากเลยละครับ เพราะเป็นที่สาธารณะ ความสะดวกสบายก็ไม่มี มีเพียงแต่กาแฟกับปลั๊กไฟให้เสียบโน๊ตบุคเท่านั้น ทางเลือกของฟรีแลนซ์ในปัจจุบันจึงเปลี่ยนไป นั่นก็คือ Co-working Space ซึ่งมีหลากหลายบรรยากาศและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย และจเหมาะมากๆสำหรับคนที่พึ่งจะเป็นฟรีแลนซ์หรือแม้แต่ฟรีแลนซ์มืออาชีพเก๋ากึ๊กก็ตาม ถ้าให้ผมพูดถึง Co-working Space มันก็เหมือนบ้านเรานี่แหละครับ เหมือนเราเป็นเจ้าของบ้านเลย ซึ่งเราจะทำอะไรก็ได้นั่งทำงานตรงไหนก็ได้ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน Internet , ห้องน้ำ , ห้องพักผ่อน , จุดบริการเครื่องดื่มหรือกาแฟ สำคัญที่สุดก็คือคุณจะไม่เหงาและมีเสียงรบกวนแน่นอน เพราะทุกคนตั้งใจไปทำงาน และเมื่อคุ้นหน้าคุ้นตากับใครนั่นคือสิ่งดีที่คุณจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงานด้านต่างๆ วันนี้ผมจะมาให้คำแนะนำในการเลือก Co-working Space สำหรับฟรีแลนซ์เอาไว้ แบบน่าสนใจว่า 1. ความสะดวก บางคนหรือฟรีแลนซ์บางคนก็จะชอบเลือกสถานที่หรือ Co-working Space ใกล้ที่พักหรือบ้านไว้ก่อน เพื่อที่จะลดเวลาเดินทาง แต่ก็ไม่เสมอไป ผมเคยได้ยินว่าบางคนก็ชอบเดินทางไปที่ Co-working Space ที่ห่างจากบ้านบ้าง เพราะการเดินทางในระยะที่ไม่ไกลมากก็เพิ่มความสุขหรือมุมมองที่เห็นคนอื่นใช้ชีวิตเช่นกัน โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่เข้าถึงทุกมุมเมือง เดินทางในแต่ละครั้งก็ไม่เกิน 30 นาที หรือบางครั้งฟรีแลนซ์ก็เอาหลักพิจารณาสิ่งความอำนวยความสะดวกมาเป็นปัจจัยในการเลือก เช่น อุปกรณ์สำนักงาน , อินเทอร์เน็ต (ต้องมีทุกที่อยู่แล้ว) , โต๊ะนั่งทำงาน ,ห้องประชุม เป็นต้น 2. จริตของฟรีแลนซ์ ตรงนี้บอกเป็นสูตรสำเร็จไม่ได้ครับ ขึ้นอยู่ความรู้สึกและความชอบล้วนๆ และมุมมองของฟรีแลนซ์ในสาขาอาชีพต่างๆก็มองคนละแบบ ถ้าเป็นอย่างนี้คงต้องถามตัวเองละครับว่าชอบบรรยากาศแบบไหน หรือให้เราลองเข้าไปดูสถานที่จริงดูก็ได้ 3. ราคาหรือแพ็กเกจที่เหมาะสม จริงๆแล้วราคาของ Co-working Space บ้านเราราคาไม่หนีกันมาก ส่วนมากไปแข่งขันในการให้บริการหรือบรรยากาศซะมากกว่า หรือบางที่ก็จะมีโปรโมชั่นออกมาเราก็ต้องสอบถามพนักงานหรือดูหน้าเว็บไซต์ก็ได้ครับ 4. บริการพิเศษอื่นๆ Co-working Space ในหลายๆที่ก็มักจะจัดกิจกรรมพิเศษ ไว้ให้กับสมาชิกบ้าง เช่นที่ dCubic Space ตรงนี้สำหรับคนที่มาเป็นกลุ่มก็สามารถแจ้งความต้องการได้ที่พนักงานเลยครับ...