Author: dcubicspc

【用地圖看懂東南亞經濟】 最近小編在看這本書,東南亞是閃閃發光的明日之星,小編跟外籍同事一起工作以及創業合作這麼多年,也默默感受到他們的潛力與變化。 「看起這本書特別有感」❗️ 限量❗️❗️企業新南向必讀好書,特別爭取限量20本特級優惠,每本原價380元,特價290元(原價76折)🎉,還送AsiaIOA共同工作空間夥伴Hot Desk 1日體驗卷唷! ⚡️Hour Jungle共同工作空間(台灣.捷運淡水線信義安和站二號出口,走路3分鐘)https://www.facebook.com/HourJungle/ ⚡️D Cubic Space 立方體共享空間(泰國曼谷. BTS-Asok Station出口,走路6分鐘)https://www.facebook.com/dCubicSpace/ (  Order / 訂購單 👉 https://forms.gle/LhDV6Bf7TMa1WEZD7) --------------------- -本書內容簡介📖 ★ 從台灣在地觀點出發,以經濟地理的獨特視角切入 ★ 結合經濟、文化、政治、歷史,全方位解析 ★ 個人投資與企業布局前,不可不知的東南亞情勢 -作者之一: 黃一展 Jack Huang 倫敦大學國際經濟與全球化研究碩士,畢業後跑去澳洲研究國際貿易仲裁制度,短暫在日內瓦WTO,亞太經貿理事會做事,目前服務於聯合國資訊科技部門,派駐曼谷,開發維和部隊的後勤系統,並負責三個任務區:MONUSCO (剛果金),UNSOS (索馬利亞),UNMISS (南蘇丹)。業餘時間投入區塊鏈的產業應用,在多個項目擔任顧問與講師,涵蓋人工智能,物聯網,電商與供應鏈管理。同時也積極創業,希望能將金融科技創新導入貨幣基金與資產數位化。負責本書泰國、柬寮、新加坡部分章節。 #AsiaIOA #DCubicSpace立方體共享空間 #HourJungle共同工作空間 #小編沒業績壓力希望推廣好書給大家 😍 #台灣曼谷對創業家最暖心的共同空間 ...

จากบทความที่แล้ว เราได้เรียนรู้เรื่องหลักการของการบริหารเวลากันไปแล้ว ครั้งนี้เราลองมาดูวิธีที่จะทำให้การบริการเวลาของเรามีประสิทธิภาพกันมากขึ้นกันค่ะ การจัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วน การจัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนนั้นมีความสำคัญต่อการทำงานมาก หากเรารู้ว่างานอะไรควรทำงานไหนจะทำให้งานของเราสามารถบรรลุไปตามเป้าหมายได้ แต่หากเรายังจัดลำดับความสำคัญของแต่ละงานไม่ได้นั้นก็จะทำให้ระบบงานของเรารวน และอาจจะไปกระทบต่องานอื่นๆในอนาคตได้ โดยหลักการจัดลำดับความสำคัญของงาน มีดังต่อไปนี้ จัดตารางการทำงาน โดยจะมีช่องงานตามเวลา งานเร่งด่วน งานสำคัญ งานที่เหลือทั้งหมด และปฏิบัติตามตารางที่ได้กำหนดไว้ ประเมินผลงาน เป็นเหมือนการตรวจสอบตัวเองอีกครั้งหลังจากทำงานไปแล้วในแต่ละวัน ว่าเราสามารถทำงานได้ตามที่หนดหนดไว้มากน้อยเพียงใด เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงกับการทำงานในวันพรุ่งนี้ต่อไป เทคนิคการบริหารเวลา ไปถึงที่ทำงานแต่เช้า เพื่อที่เราจะได้มีเวลาในการคิดในการวางแผนการทำงานในแต่ละวัน หาช่วงเวลาตัดสิ่งรบกวน อาจจะกำหนดเวลาสัก 1 ชั่วโมงที่เราจะโฟกัสแต่งานของเราไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ หรือวอกแวกไปทำอย่างอื่น เขียนบันทึกสิ่งที่ต้องทำ พร้อมจัดสรรเวลาและจัดลำดับความสำคัญ จัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ ในตอนเย็นจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการหาเอกสารในตอนเช้า ลดจำนวนครั้งและเวลาในการประชุม ต้องคำนึงผลที่ได้จากการประชุมในแต่ละครั้งว่าคุ้มค่ากับเวลาไหม แบ่งงานออกเป็นส่วนๆ โดยการจัดรูปแบบงานหรือโครงการให้เป็นกิจกรรมย่อยๆ เพื่อสามารถทำงานให้เสร็จลุล่วงไปได้ในแต่ละช่วง เพราะยากมากที่เราจะหาเวลามาทำงานใดงานนึงติดต่อกันเป็นช่วงเวลายาวๆ เพราะยังไงในแต่ละวันต้องมีงานอื่นแทรกเข้ามาอย่างแน่นอน เริ่มลงมือทำทันที หากตัดสินใจทำทันที แล้วค่อนเพิ่มเติมทีหลัง จะทำให้งานเสร็จไวขึ้น ใช้เทคโนโลยีช่วยในการทำงาน การเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมก็สามารถช่วยให้เราทำงานเสร็จเร็วมากขึ้นหลายเท่า เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ใกล้มือ เพื่อที่จะได้หยิบจับใช้งานสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาหา ใช้หูแทนตาเพื่อประหยัดเวลา ใช้เวลารอคอยให้เกิดประโยชน์ หากต้องรอคอยอะไรสักอย่าง เราต้องการงานง่ายๆทำระหว่างรอ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ทำวานด้วยความสบายใจ มีความสุขไปกับงานที่ทำ เป็นกรเสริมสร้างพลังจิตใจให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในการทำงาน ควรกำหยดเวลาพักผ่อนไปด้วยหรือเปลี่ยนไปทำงานที่แตกต่างกัน จะช่วยทำให้เราไม่เครียดไปกับงานใดงานหนึ่งมากไป และยังทำให้ทงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ที่มา  : เอกสารความรู้ สดร. ลำดับที่ 17/ปีงบประมาณ 2553 สถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาไทย...

เวลาเป็นสิ่งที่เมื่อผ่านไปแล้วไม่สามารถหวนกลับมาได้ เราเลยต้องให้ความสำคัญกับเวลาเป็นอย่างมาก ในการทำงานก็เช่นกัน ใน 1 วัน เราต้องบริหารเวลาของเรานั้นให้ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เราเลยจะมาพูดถึงหลักการเบื้องต้นสำหรับการบริหารเวลา เรามาเรียนรู้ไปพร้อมกันดีกว่าค่ะ การเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เรามาเริ่มเช้าวันใหม่ที่สดใสไปพร้อมๆกัน เรียงลำดับความสำคัญ ว่าอะไรควรทำก่อนหลังเพื่อไม่ให้เราไม่เสียเวลาอันมีค่าไป และต้องมีความกล้าในการปฏิเสธ เพื่อที่จะทำงานที่สำคัญกว่าก่อน ตั้งเป้าหมาย กำหนดเป้าหมายเพื่อกำกับทิศทางในการทำงานของเรา ให้บรรลุเป้าหมายการทำงานในแต่ละวัน กำหนดเวลาในการทำงานต่างๆ เราควรกำหนดเวลาในการทำงานแต่ละอย่างในแต่ละวันไว้ เพื่อให้เราไม่ทำงานเรื่อยเปื่อยจนกระทบกับงานชิ้นต่อๆไป วางแผนประจำวันโดยอาจจะทำออกมาให้รูปแบบการลิสต์รายการในแต่ละวัน เพื่อให้เราไม่ลืมว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ทำงานให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน อย่าทำงานนู้นทีงานนี้ที เพราะอาจจะทำให้งานเราไม่เสร็จเลยสักงานก็เป็นได้ ตรวจสอบสิ่งที่ทำ ว่ามีความสำคัญมากน้อยเพียงใด หรือเป็นแค่ความเคยชินที่เราทำอยู่บ่อยๆ ลองตรวจสอบดูเพื่อบางขั้นตอนสามารถตัดออกไปได้ จะทำให้เรามีเวลาในการทำงานมากขึ้น ได้เรียนรู้หลักการเบื้องต้นกันไปแล้ว ลงนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการทำงานของแต่ละท่านกันนะคะ   ที่มา  : เอกสารความรู้ สดร. ลำดับที่ 17/ปีงบประมาณ 2553 สถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาไทย...

คนวัยทำงานอย่างเราๆ วันๆนึงต้องนั่งหน้าจอคอมเป็นเวลาหลายชั่วโมง ต้องเกิดอาการตาเมื่อยล้าเป็นธรรมดา วันนี้เราจึงมี 6ท่าบริหารดวงตามาฝาหกันค่ะ 1.กรอกดวงตาเป็นวงกลม กรอกดวงตาเป็นวงกลม – หน้าตั้ง คอตรง กรอกลูกตาหมุนเป็นวงกลม วนซ้ายต่อเนื่องกัน 10 ครั้ง แล้วเปลี่ยน วนขวาต่อเนื่องกัน 10 ครั้ง 2.กรอกดวงตาขึ้นลง กรอกดวงตาขึ้นและลง – หน้าตั้ง คอตรง ไม่แหงน เหลือบลูกตามองขึ้นไปด้านบนสุด และมองลงมาล่างสุด (โดยไม่แหงนหน้า หรือก้มหน้า) ทำต่อเนื่องติดต่อกัน 10 ครั้ง 3.กรอกดวงตาซ้าย-ขวา กรอกดวงตาซ้ายและขวา – หน้าตั้ง คอตรง ลืมตา กรอกลูกตามองไปทางซ้ายสุด และมองมาทางขวาสุดเท่าที่จะทำได้ (โดยไม่ต้องหันคอตาม) ทำต่อเนื่องติดต่อกัน 10 ครั้ง 4.กรอกดวงตาเฉียงขึ้น-เฉียงลง กรอกดวงตาเฉียงขึ้นและเฉียงลง – หน้าตั้ง คอตรง ลืมตา เหลือบตามองไปตำแหน่งปลายคิ้วซ้าย แล้วลากตาลงมาที่แก้มขวา ทำต่อเนื่องกัน 10 ครั้ง 5.ปิดตาแล้วเอานิ้วนวดเบาๆ ปิดตาแล้วเอานิ้วนวดเบาๆ – หลับตาทั้งสองข้าง แล้วใช้นิ้วชี้วางเหนือหัวคิ้วแต่ละข้าง จากนั้น ค่อยๆ กดนวดเบาๆเริ่มตั้งแต่คิ้วแล้วไล่ไปรอบๆดวงตา ท่านี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อยู่รอบนอกของดวงตาได้ 6.โฟกัสสายตาที่วัตถุใกล้-ไกล โฟกัสสายตาที่วัตดุใกล้และไกล – ปรับระยะโฟกัสสายตาด้วยตัวเองบ่อย ๆ อาจจะเริ่มต้นโดยการโฟกัสไปที่นิ้วของตัวเอง แล้วเลื่อนนิ้วเข้า – ออกจากใบหน้า หรืออาจจะถอยออกไปในมุมห้องก็ได้ที่จะทำให้คุณมองเห็นภาพรวมของห้องกว้างที่สุด แล้วกวาดสายตาโฟกัสมองสิ่งของต่างๆ พื่อยืดเส้นยืดสายให้กล้ามเนื้อตา ใครกำลังเมื่อยตาก็ไปลองทำกันดูนะคะ แต่อยากบอกทุกๆคนมาวิธีพวกนี้เป็นเพียงวิธีช่วยบรรเทา ดวงตาของเรามีเพียงคู่เดียวดูแลรักษา และถนอมสายตากันด้วยนะคะ หากใช้งานหนัก ไม่พักสายตาเลยย่อมไม่ดีกับดวงตาแน่ๆค่ะ   ที่มา : GLAZZIQ blog https://blog.glazziq.com/6-%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2/...

กลับมาอีกครั้งกับงานสุดยิ่งใหญ่สำหรับเหล่าสตาร์ทอัพ STARTUP THAILAND 2019  พร้อมทำให้ประเทศไทยกลายเป็น Startup Hub แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดโดยสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ เอ็นอเอ (NIA) กระแสตอบรับสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพกำลังมาแรง เริ่มมีบริษัทขนาดใหญ่เริ่มหันมาลงทุนกับสตาร์ทอัพมากขึ้น สำหรับปีนี้ STARTUP THAILAND 2019 ได้รวมเหล่าสตาร์ทอัพชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ และผู้ที่อยู่ในวงการสตาร์ทอัพ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาคมเครือข่ายความร่วมมือจาก 25 ประเทศ อีกทั้งยังมีการจัดแสดงผลงานของสตาร์ทอัพมากกว่า 500 ผลงาน เป็นการมาเปิดโลก เปิดมุมมองใหม่ๆ ปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 23-27 กรกฎาคม 2562 โดยงานในปีนี้มีความแตกต่างจากปีก่อนๆ เพราะว่าปีนี้ไม่ได้มีการจัดแค่ที่เดียว แต่เป็นรูปแบบที่กระจายสถานที่จัดงานเป็น 9 สถานที่ไปในส่วนต่างๆ ของกรุงเทพ ตามแนวรถไฟฟ้า มาลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆไปกับงาน STARTUP THAILAND 2019 กันนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://startupthailand.org/st2019/   ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.thairath.co.th/news/business/market-business/1611143?fbclid=IwAR27yVxR0-T3BYzo2AJIJwrxwE0itYtyNpuOZ4iujj3MoiZZLRW_qewhyuQ รูปภาพจาก https://startupthailand.org/st2019/...

หลายๆท่านที่เข้ามาอ่านบทความนี้ คงจะมีปัญหาหลับยากกันใช่ไหมคะ กลางวันมาทำงานก็ง่วงแสนง่วง แต่ทำไมพอหัวถึงหมอนแล้วกับไม่ยอมหลับสักที นอนเล่นโทรศัพท์บ้าง คิดนู้นคิดนี่บ้าง เผลอแปปเดียวอ้าวจะเช้าอีกแล้ว ทำให้ตื่นมาทำงานไม่สดชื่นซะที มีวิธีการหลายอย่างที่อาจช่วยให้ผู้ป่วยหลับได้ดีโดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับการส่งเสริมสุขภาพของการนอนอาจทำได้หลายวิธี ดังนี้ จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน ควรเลิกสูบบุหรี่ และเลิกการดื่มเหล้าจัด บางรายการเปลี่ยนฟูกเป็นสิ่งจำเป็น จากอย่างแข็งเป็นอย่างอ่อน หรือสลับกัน ควรเอาใจใส่ ผ้าคลุมเตียง ไม่ให้ร้อน หรือเย็นมากเกินไป รวมทั้งเสื้อผ้าที่ใส่นอน ควรนุ่ม สบาย อุณหภูมิห้องควรอยู่ในระดับพอดี แต่บางคนต้องการเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว การเปลี่ยนท่านอนอาจจำเป็นโดยเฉพาะ ถ้าเคยนอนในท่าที่ไม่สบาย บางคนเชื่อว่าไม่ควรนอนตะแคงซ้ายเพราะจะเป็นอันตรายต่อหัวใจ ควรจะแก้ความเข้าใจผิดเพราะบางคนชอบนอนตะแคงซ้าย พวกปฏิบัติธรรม นิยมนอนตะแคงขวา (สีห-ไสยาสน์) ผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือหายใจลำบาก ควรนอนในลักษณะนั่งมากกว่านอนราบ คือยกศีรษะและลำตัวท่อนบนให้สูง อาหารว่างที่ไม่หนักเกินไป อาจช่วยในการนอนหลับ เช่น น้ำส้ม นมอุ่น น้ำผลไม้อื่นๆ มื้อเย็นควรงดน้ำชา กาแฟ รวมทั้งก่อนนอน การอ่านหนังสือในเตียงนอนอาจเบนความสนใจจากความวิตกกังวล ควรเลือกรายการโทรทัศน์ที่ไม่ตื่นเต้นมากเกินไป อย่างไรก็ตามห้องนอนและเตียงไม่ควรใช้สำหรับเป็นที่รับประทานอาหารหรือของว่าง ดูโทรทัศน์ หรือทำธุรกิจต่างๆ ไม่ควรให้มีเสียงหรือแสงรบกวนจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการนอนหลับเป็นแบบตื่นตัวมากเกินไป อาจต้องนอนแยกกับคนที่นอนกรนเสียงดัง การออกกำลังสม่ำเสมอทุกวันช่วยให้หลับดีขึ้น บางคนแนะนำให้เดินเร็วตอนเย็น และหลังจากนั้นให้อาบน้ำอุ่น การผ่อนคลายความตึงเครียดทางเพศอาจช่วยได้ พยายามนอนให้มากตามที่ร่างกายต้องการจะได้รู้สึกสดชื่น หลีกเลี่ยง “ความพยายามอย่างจริงจังที่จะทำให้หลับ” ควรมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมอื่นๆ เช่น ทำงานที่น่าเบื่อ ดูรายการโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ เป็นต้น อีกประการหนึ่งการกลัวนอนไม่หลับยิ่งทำให้ไม่หลับมากขึ้น ยิ่งกลัวยิ่งไม่หลับกลายเป็นวงจรติดต่อกันไป อาจสร้างภาระเงื่อนไข โดยสร้างความเกี่ยวโยงระหว่างการรับประทานยา กับกิจกรรมที่ทำเป็นนิสัย เมื่อการวางเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้น กิจกรรมที่ทำเพียงอย่างเดียว อาจมีผลทดแทนยาได้ และทำให้การนอนหลับดีขึ้น บางรายอาจต้องการเปลี่ยนแปลงเวลาในการนอนผู้ป่วยที่ตื่นเช้าเกินไป หลังจากหลับไปแล้ว 6 ชั่วโมง หรือมากกว่า ควรยืดเวลาให้ช้ากว่าเดิม การฝึกกรรมฐาน (สมาธิ) เช่นการกำหนดลมหายใจเข้าออก การสะกดจิตตนเอง การฝึกใช้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย อาจทำให้การนอนหลับดีขึ้น ถ้าปฏิบัติตามวิธีการต่างๆ แล้วยังไม่หลับก็สมควรปรึกษาแพทย์หรือจิตแพทย์เพื่อแก้ไขต่อไป   ขอบคุณที่มาจาก https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/06052014-1126...

การนั่งทำงานวันละหลายๆชั่วโมงโดยไม่ได้ลุกเลย คงต้องเมื่อยกันแน่ๆ วันนี้เรามาแนะนำท่านั่งที่ดี เพื่อป้องกันอาการโรคออฟฟิศซินโดรมกันค่ะ.. จอภาพคอมพิวเตอร์อยู่ระดับเดียวกับสายตา ห่างจากตา 12-18 นิ้ว (ถ้าจอแบน) ห่างจากตา 18-24 นิ้ว (ถ้าจอแบบเก่า) ไม่ยกไหล่ขณะพิมพ์งาน ปรับพนักพิมพ์ 100-100 องศา ศอกตั้งฉากกับลำตัว , คียบอร์ดอยู่ระดับเดียวกับเมาท์ ไม่อยู่ในลิ้นชัก สะโพกและขาต้องตั้งฉากกัน ความสูงของเก้าอี้ต้องพอดี มีที่วางพักเท้าเวลานั่งทำงานนาน เพื่อไม่ให้เท้าลอยขึ้นมา ทำงานไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง ควรลุกเปลี่ยนท่าทางบ้าง อย่างน้อย 5-10 นาที สำหรับผู้ที่ทำงานกับพวกNotebookหรือNetbookนั้น  ให้จัดวางและทำท่านั่งตามขั้นตอนดังนี้ วางโน๊ตบุ๊คบนหนังสือกองสูงๆ ขึ้นมาจากขอบโต๊ะ จนให้จออยู่ระดับสายตา หาเมาส์ และแป้นพิมพ์มาต่อเพิ่ม ปรับทุกอย่างให้เหมือนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เวลาทำงานไปนานๆ ควรมีหมอนนุ่มมาวางพักข้อมือ ไม่นอนเล่นโน๊ตบุ๊ค เพราะจะทำให้สายตาเสียได้ ไม่เล่นขณะที่แสงไฟไม่เพียงพอ หรือห้องมืดเกินไป พักสายตาและข้อมือ หากเล่นนานเกิน 1 ชั่วโมง มาลองทำตามวิธีด้านบนกันดีกว่า คิดว่าจะช่วยเราชาวออฟฟิศให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรมได้บ้างนะคะ แหล่งที่มา :  https://www.it24hrs.com/2012/how-to-protech-office-syndrome-01-sitting/...

ในแผนของEEC มีเป้าหมายจะพัฒนาสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจอะไรบ้าง ไปดูกันดีกว่า สนามบินอู่ตะเภา                     Picture credit : www.dailynews.co.th โครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อม 3 สนามบิน                       Picture credit : www.bltbangkok.com โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง                   Picture credit : www.salika.co โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุด                       Picture credit : www.panyaconsult.co.th โครงการท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ                       Picture credit : www.dailynews.co.th โครงการรถไฟรางคู่ (เชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุด และสัตหีบ)                     Picture credit : www.ddproperty.com เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หากทุกโครงการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วรับรองว่าต้องช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอนเลยค่ะ...

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ จากแผนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 กันดีกว่า เป็นต่อยอดมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Seaboard) นั่นก็คือ ECC ย่อมาจาก Eastern Economic Corridor หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นโครงการที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายหลัก คือ จะทำให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลักในภาคตะวันออก โดยมีการดึงดูดและส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศ ให้สามารถแข่งขัน และเติบโตได้ในระยะยาวได้ โดย 3 จังหวัดที่เริ่มพัฒนาก่อนนั้น ลองทายกันดีกว่าว่ามีจังหวัดอะไรบ้าง นั่นก็คือจังหวัดชลบุรี,ระยอง และฉะเชิงเทรา เพราะอย่างที่เรารู้ๆกันอยู่แล้วว่า เป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานต่างๆ มากมาย ดูแล้ว่ามีความพร้อมที่สุดในการนำร่องพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษนั่นเอง...

คำว่า Thailand 4.0 คงคุ้นหูใครหลายๆคน เคยได้ยินแต่ก็ยังไม่รู้ว่าที่เขาพูดกันนี่มันคืออะไร วันนี้เรามาไขข้อสงสัยไปพร้อมๆกันดีกว่า Thailand 4.0 เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจแบบไทย หรือโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปสู่ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม” หลายคนคงสงสัยกันใช่ไหมว่าก่อนจะมาเป็น 4.0 มันเป็นอะไรมาก่อน แน่นอนว่าต้องผ่าน 1.0, 2.0 และ 3.0 มาก่อนอย่างแน่นอน คือ ยุคของเกษตรกรรม - ทำนา ทำไร่ คือ ยุคอุตสาหกรรมเบา – ผลิตเท้อผ้า ของใช้ คือ ยุคอุตสาหกรรมหนัก (ปัจจุบัน) – ผลิตและส่งออกเหล็กกล้า ก๊าซธรรมชาติ โดยพึ่งพานวัตกรรมจากต่างประเทศ   ซึ่งปัจจุบันนั้นประเทศไทยอยู่ในยุคอุสาหกรรมหนัก โดยยุคนี้มีแนวโน้มการเติบโตลดลง ทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในช่วงรายได้ปานกลาง เราจึงต้องมีการเปลี่ยนไปสู่ยุค 4.0 เพื่อให้ประเทศไทยไปอยู่ในกลุ่มที่มีรายได้สูง โดยมีสโลแกนที่คุ้นหูว่า “ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ” นั่นเอง...